ศูนย์ข่าวสปสช.

หน้าแรก จับกระแส สปสช.ร่วมแก้ปัญหา “พฤติกรรมเด็กติดเค็ม” แนะใช้กองทุนสุขภาพท้องถิ่น สร้างตระหนัก ลดกินเค็ม

สปสช.ร่วมแก้ปัญหา “พฤติกรรมเด็กติดเค็ม” แนะใช้กองทุนสุขภาพท้องถิ่น สร้างตระหนัก ลดกินเค็ม

จับกระแส | 5 มีนาคม 2562

สปสช.ร่วมแก้ปัญหา “พฤติกรรมเด็กติดเค็ม” แนะใช้กลไก “กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น” ทั่วประเทศ ร่วมสร้างความตระหนักเด็กและเยาวชน สู่การป้องกันลดกินเค็มได้ พร้อมเผยสถานการณ์ผู้ป่วยไตในระบบบัตรทอง ปี 2561 มีผู้ป่วยเข้าบำบัดทดแทนไตกว่า 5.7 หมื่นราย เพิ่มจากปี 2560 กว่า 4,000 ราย 

ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ – เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562  ในงานแถลงข่าว รวมพลังประกาศเจตนารมณ์ “แก้ปัญหาพฤติกรรมเด็กติดเค็ม” พร้อมประกาศวันจัดงาน วันไตโลกปี 2562 โดยเครือข่ายลดการบริโภคเค็ม สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ชมรมโรคไตเด็ก กระทรวงสาธารณสุข  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า พฤติกรรมการกินเค็มเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไต โดยแต่ละปีมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ป่วยโรคไตเมื่อเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตอย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต ทั้งมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงมากและทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวเกิดภาวะล้มละลาย ภายใต้ “กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ได้ครอบคลุมบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ตั้งแต่ปี 2551 ดูแลให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังให้เข้าถึงบริการรักษา ลดภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินครัวเรือน

จากรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2561 มีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังเข้ารับบริการบำบัดทดแทนไตจำนวน 57,288 คน จากปี 2560 จำนวน 53,266 คน หรือ เพิ่มขึ้น 4,022 คน เป็นผู้ป่วยรับบริการล้างไตผ่านช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (CAPD) จำนวน 30,024 คน รับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) จำนวน 24,858 คน สนับสนุนค่ายากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง (EPO) ในผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่ไม่ผ่านการพิจารณาจำนวน 6,523 คน รับบริการผ่าตัดปลูกถ่ายไตจำนวน 197 คน และรับยากดภูมิคุ้มกันภายหลังการปลูกถ่ายไต ทั้งรายเก่าและรายใหม่จำนวน 2,209 คน 

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า มาตรการเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยไต แนวทางสำคัญคือการปรับพฤติกรรมเพื่อลดการกินเค็มและปริมาณโซเดียมในอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่ปัจจุบันมีพฤติกรรมกินเค็มเพิ่มมากขึ้น นอกจากความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ร่วมระดมแก้ปัญหาขณะนี้ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังมี “กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่” ที่มีเจตนารมณ์สร้างการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เข้ามามีบทบาทดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่แล้ว ยังสนับสนุนให้ประชาชนได้แสดงบทบาทพึ่งตนเองด้านสุขภาพส่งเสริมให้เกิดความตระหนักต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาต่างๆ ที่มีผลต่อสุขภาพได้ รวมถึงการปรับพฤติกรรมเพื่อลดการกินเค็มในกลุ่มเด็กและเยาวชน

“ที่ผ่านมามีท้องถิ่นในหลายพื้นที่ได้นำงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นฯ นี้ มาดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตคนในชุมชนด้านสุขภาพ และมีการดำเนินโครงการต่างๆ ในโรงเรียน ซึ่งการปรับพฤติกรรมมุ่งลดการกินเค็ม กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นฯ สามารถใช้เป็นกลไกหนึ่งเพื่อร่วมขับเคลื่อนป้องกันได้ ผลที่ได้ไม่เพียงแต่ลดจำนวนผู้ป่วยโรคไต แต่ยังลดค่าใช้จ่ายการดูแลผู้ป่วยไตได้ เฉพาะกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่ละปีใช้งบประมาณสูงถึงกว่าหมื่นล้านบาท” เลขาธิการ สปสช.กล่าวและว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้เข้าร่วมจัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร และสมทบงบประมาณร่วมกองทุนฯ ซึ่งเครือข่ายสุขภาพสามารถนำเสนอโครงการเพื่อสร้างความตระหนักก่อนการลดกินเค็มได้

heroimage