ศูนย์ข่าวสปสช.

หน้าแรก จับกระแส “หมอปิยะสกล” ชี้แจงทิศทางงบบัตรทอง ปี 62 ย้ำ 4 ปี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์สู่การเปลี่ยนแปลงระบบที่ดี

“หมอปิยะสกล” ชี้แจงทิศทางงบบัตรทอง ปี 62 ย้ำ 4 ปี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์สู่การเปลี่ยนแปลงระบบที่ดี

จับกระแส | 10 ตุลาคม 2561

“หมอปิยะสกล” เปิดประชุมชี้แจงทิศทาง “งบบัตรทอง ปี 2562” ย้ำผลสำเร็จ 16 ปี ไม่ได้มาเพราะโชค เกิดจากความร่วมมือ มุ่งเป็นหนึ่งเดียวเพื่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พร้อมย้ำ รัฐบาลนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ หนุนดูแลสุขภาพคนไทย ช่วง 4 ปี เปลี่ยนแปลงที่ดีชัดเจน เผยปีงบประมาณ 2562 ปรับปรุง พัฒนาเพื่อประชาชนเข้าถึงบริการดีที่สุด  

ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราฯ – เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดการประชุมชี้แจงหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2562 พร้อมปาฐกถาพิเศษ จัดโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจการจัดสรรงบประมาณปี 2562 ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมราวหนึ่งพันคนเข้าร่วม ทั้งผู้แทนหน่วยบริการที่ร่วมบริการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจากสังกัดต่างๆ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยบริการเอกชนเข้าร่วม

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่เรามีหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จากวันนั้นถึงวันนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากทั้งด้านบวกและลบ แต่ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นเพื่อทำให้ “ประชาชนมีสุขภาพที่ดี เจ้าหน้าที่มีความสุข และระบบสุขภาพยั่งยืน” ทำให้เดินหน้ามาถึงวันนี้ และในช่วง 4 ปีภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีจากเดิมไปมาก จากที่เคยมีความเห็นต่างได้นำมาสู่ความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบร่วมกัน มีการบูรณการทำงานทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน ส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่ดีที่สุดภายใต้งบประมาณที่มีอยู่และบริบทสังคมไทย  

ที่ผ่านมารัฐบาลได้มุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคและการคุ้มครองสิทธิประชาชนในการเข้าถึงบริการเป็นอันดับ 1 จัดสรรงบสนับสนุนชัดเจน แยกจากงบเหมาจ่ายรายหัวที่เป็นหลักการสำคัญ ดูแลประชากรทุกกลุ่มวัย แต่ด้วยประชากรผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น จึงมุ่งเน้นไปยังการดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น มีการดำเนินงานกองทุนระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ และปีนี้จะมีการปรับกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเอื้อต่อการดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น      

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า แต่ด้านความเจ็บป่วยคงเป็นเรื่องที่หลีกไม่พ้น จึงต้องจัดบริการรักษาพยาบาลดูแลต่อเนื่อง และให้เข้าถึงบริการได้ ที่ผ่านมาจึงมีนโยบายหมอครอบครัว มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ เชื่อมโยงดูแลสุขภาพและรักษา พร้อมมีระบบการส่งต่อ ซึ่งได้พัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันมีทีมหมอครอบครัวจำนวน 800 ทีมกระจายอยู่ทั่วประเทศ ยืนยันว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ให้ความสำคัญต่อสุขภาพประชาชนอย่างมาก 2 ปีที่ผ่านมาได้จัดสรรงบกลางเพิ่มเติมสู่ระบบ ไม่เพียงทำให้ระบบมั่นคงยิ่งขึ้น แต่ทำให้หน่วยบริการมีความมั่นใจในการเบิกจ่ายชดเชย ส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการอย่างครอบคลุมและทั่วถึง  

“หลักประกันสุขภาพแห่งชาติไทยไม่ได้มาเพราะโชค เกิดจากเราทุกคนและทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นตัวอย่างให้กับนานาประเทศ และจากคำขวัญที่ว่า “One for All for one UHC” หรือความมุ่งมั่นเป็นหนึ่งเดียวเพื่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เกิดจากการทำงานร่วมกัน และในปีงบประมาณ 2562 หลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ปรับปรุงและพัฒนาสิ่งใหม่พอควร ซึ่งงบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นของประชาชน การบริหารต้องคืนสู่ประชาชนและให้มีมูลค่ามากกว่างบที่ได้รับมา” รมว.สาธารณสุข กล่าว

ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ปี 2562 กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้รับงบประมาณจำนวน 181,584 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2561 จำนวน 6,024 ล้านบาท ได้ปรับปรุงและพัฒนาระบบโดยยึดหลักการสำคัญ ทั้งการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่จำเป็นให้กับประชาชน สนับสนุนการบริการของหน่วยบริการที่อยู่ในระบบ และความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายต่างๆ ในระดับพื้นที่ โดยประเด็นที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง อาทิ ปรับให้เบิกจ่ายการตรวจยืนยันมะเร็งลำไส้ใหญ่ตามผลงานจริง กันวงเงินระดับประเทศ 100 ล้านบาท เพื่อเกลี่ยค่าน้ำหนักสัมพันธ์กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม และการกำหนดอัตราจ่ายคงที่ทั้งปีจำนวน 8,050 บาทต่อ AdjRW, เพิ่มสิทธิประโยชน์วัคซีนรวมป้องกัน 5 โรค, เพิ่มการจ่ายค่าบริกาตามผลงานจริงในรายการที่ต้องการเพิ่มการเข้าถึงบริการ และการปรับประสิทธิภาพบริหารงบกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ที่จะมีการปรับปรุงประกาศฉบับใหม่, เพิ่มวัคซีนพิษสุนัขบ้าในกลุ่มยาจำเป็น, เพิ่มรายการยาตามบัญชียา จ.(2) ได้แก่ ยาราลเท็คกราเวียร์ และยาบีวาซิซูแมบ และเพิ่มรายการถุงอุจจาระโคลอสโตมี่เป็นอุปกรณ์และอวัยวะเทียมเพื่อเบิกจ่ายเพื่อเพิ่มการเข้าถึงให้กับผู้ป่วย

นอกจากนี้ปี 2562 ยังได้พัฒนาเพื่อดูแลผู้ป่วย อาทิ การดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยปรับปรุงบริการเน้นการควบคุมป้องกันภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ขณะเดียวกันยังได้ปรับสัดส่วนการจ่ายชดเชยบริการปฐมภูมิเพื่อสนับสนุนคลินิกหมอครอบครัว (Primary Care Cluster: PCC) เพื่อสนองต่อนโยบายรัฐบาล

heroimage