ศูนย์ข่าวสปสช.

หน้าแรก สัมภาษณ์ “สิทธิบัตรทอง” 17 ปี ดูแลทั้งครอบครัวป่วยโรคหัวใจ

“สิทธิบัตรทอง” 17 ปี ดูแลทั้งครอบครัวป่วยโรคหัวใจ

สัมภาษณ์ | 19 เมษายน 2562

“สิทธิบัตรทอง” 17 ปี ช่วยดูแลทั้งครอบครัว แม่ พี่ชาย หลานป่วยโรคหัวใจ เข้าถึงการรักษาต่อเนื่อง หมอตรวจรักษามีมาตรฐาน ยามีคุณภาพ ไม่ต่างจากสิทธิประกันสังคม/ข้าราชการ เผยครอบครัวรายได้น้อย อดีตหาหมอแต่ละครั้งต้องขอสงเคราะห์จาก รพ. พร้อมระบุสิทธิบัตรทองต้องเดินหน้า เป็นการใช้งบประมาณด้านสุขภาพยังประโยชน์ประชาชนโดยตรง

นายกฤษดา เทวตา อายุ 50 ปี อาชีพค้าขาย พักอาศัยเขตหนองแขม กรุงเทพฯ และผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม กล่าวว่า คนในครอบครัวทั้งแม่ พี่ชาย และหลาน 2 คน รวมถึงตนเองต่างป่วยด้วยโรคหัวใจ การรักษาพยาบาลที่ผ่านมาคนในครอบครัวทั้งหมดต่างใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือ “บัตรทอง”  มีเพียงตนคนเดียวที่ใช้ประกันสังคม หากถามว่าสิทธิบัตรทองดีหรือไม่ จากที่ครอบครัวใช้สิทธิบัตรทองมาตั้งแต่เริ่มตั้ง “กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ถึงวันนี้ 17 ปีแล้ว เห็นว่าเป็นสิทธิการรักษาที่ดีและมีคุณภาพ ทั้งการหาหมอ การนัดตรวจและยาที่ได้รับ ไม่ต่างจากสิทธิการรักษาพยาบาลอื่น อย่างประกันสังคมที่ตนเองใช้สิทธิการรักษาอยู่ หรือจ่ายเงินเอง

ทั้งนี้ก่อนที่มีระบบบัตรทอง ครอบครัวฐานะไม่ค่อยดี เวลาไปหาหมอหากไม่มีเงินจะต้องทำเรื่องเพื่อขอสงเคราะห์การรักษากับโรงพยาบาลเป็นครั้งไป ได้รับความอนุเคราะห์บ้าง ไม่ได้บ้าง ซึ่งโรคหัวใจเป็นโรคที่ต้องรักษาต่อเนื่องไปตลอดชีวิตและซ้ำยังป่วยด้วยโรคนี้กันทั้งครอบครัว ค่ารักษาอย่างต่ำอยู่ที่ 2,000 บาทต่อเดือน ถือเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับเรา สภาพตอนนั้นแย่มาก แต่จากที่มีสิทธิบัตรทองทำให้ไม่ต้องกังวลค่ารักษา มีโอกาสที่จะเข้าถึงหมอได้ตลอด ได้รับการรักษาต่อเนื่อง

“บัตรทองเท่าที่ครอบครัวผมใช้ก็ดี ดีทุกอย่าง หมอตรวจรักษาตามมาตรฐาน ยามีคุณภาพ ที่มีคนบอกว่าหากใช้สิทธิบัตรทองรักษาคุณภาพและบริการไม่ดี ผมขอเถียงเลย ที่บ้านเราใช้สิทธิบัตรทองมาตลอด หากไม่ดี โดยเฉพาะยาหัวใจที่คนในครอบครัวกินรักษามาตลอดเป็นสิบปี คงอยู่กันมาไม่ถึงวันนี้ ตอนนี้แม่ผมอายุ 83 ปีแล้ว ยังเดินได้ แข็งแรง ยิ้มแย้มสดใส ผมยังบอกกับคนอื่นด้วยซ้ำ ที่บอกกันว่าบัตรทองมันแย่ ไม่ดี เป็นเรื่องไม่จริง ที่คุณได้ยินมาไม่ใช่ ผมบอกในฐานะคนที่เห็นและสัมผัสมาตลอด จากครอบครัวที่ได้รับการดูแลด้วยสิทธิบัตรทอง”

นายกฤษดา กล่าวว่า ถามว่าหากไม่มีระบบบัตรทองแล้วจะยังไง ไม่ใช่แค่ผมและครอบครัว เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศแย่กันหมด เพราะเวลาไปหาหมอแต่ละครั้งไม่ใช่ถูก คนที่รายได้น้อยไม่แน่นอนจะหาเงินจากไหนมาจ่ายค่ารักษา คงกลับไปเหมือนในอดีตที่เราเห็นภาพผู้ป่วยนอนอนาถา ซึ่งโครงการบัตรทองเป็นระบบประกันสุขภาพที่ช่วยคนจำนวนมากในประเทศ ทำให้ทุกคนมีสิทธิ มีโอกาสได้เข้าถึงหมอ เข้าถึงการรักษา และเข้าถึงยาที่ดีได้ 

ส่วนที่บอกว่าบัตรทอง คิวยาว แออัด รอนาน มองว่าตรงนี้ไม่ว่าสิทธิไหน ประกันสังคม ข้าราชการ หรือจ่ายเงินเองต่างเจอปัญหาเช่นกัน และแต่ละโรงพยาบาลมีระบบคิว ไม่ได้เลือกว่าใครเป็นประกันสังคมหรือข้าราชการ หรือใช้สิทธิบัตรทองต้องรอไปก่อน แต่อยู่ที่เราจัดการ หากอยากหาหมอเร็วก็ไปแต่เช้า แต่หากไปช้าไม่ต้องโทษใคร และที่บอกว่าบัตรทองได้คุยกับหมอ 5-10 นาทีนั้น ไม่ว่าใช้สิทธิไหนเวลาที่คนไข้ได้คุยกับหมอไม่ต่างกัน เพราะคนไข้มีจำนวนมาก สำหรับสิ่งที่อยากให้ปรับปรุงระบบเพิ่มเติม คือการใช้สิทธิบัตรทองยังจำกัดเฉพาะในเวลาราชการ ยกเว้นเฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น แต่คนเราเวลาป่วยบอกไม่ได้ว่าจะป่วยในเวลาหรือนอกเวลาราชการ และคงไม่มีใครอยากป่วยไปหาหมอแค่อยากใช้สิทธินอกจากไม่สบาย นอกจากนี้มีบางคนต้องทำงานไปหาหมอในเวลาไม่ได้ อยากให้เพิ่มเติมตรงนี้

“วันนี้บัตรทองยังต้องเดินหน้า เลิกไม่ได้ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีเงินไปหาหมอ ยิ่งโรคค่าใช้จ่ายสูง ประชาชนต้องการต้องการโครงการนี้และให้รัฐบาลคงไว้ หากยกเลิกประชาชนที่เจ็บป่วยที่ข้ารักษาโดยใช้สิทธิ คงถอยหลังไปอยู่ในสภาพสงเคราะห์ ส่วนที่บอกว่าเป็นนโยบายที่ใช้งบประมาณมากนั้น แต่นี่เป็นงบด้านสุขภาพที่ยังประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง” นายกฤษดา กล่าว 

heroimage