ศูนย์ข่าวสปสช.

หน้าแรก สัมภาษณ์ ผลต่อรองราคายารวมระดับประเทศ ปี 62 เบื้องต้นประหยัดค่ายาได้ 509 ล้านบาท

ผลต่อรองราคายารวมระดับประเทศ ปี 62 เบื้องต้นประหยัดค่ายาได้ 509 ล้านบาท

สัมภาษณ์ | 1 เมษายน 2562

บอร์ด สปสช.รับทราบความคืบหน้าผลต่อรองราคายารวมระดับประเทศ ปี 2562 เบื้องต้นประหยัดค่ายาฯ ได้ 509 ล้านบาท กลุ่มยามะเร็งประหยัดสุด 390 ล้านบาท รองลงมาขดลวดค้ำยันผนังหลอดเลือดหัวใจ 86 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิผลของกลไกจัดซื้อยารวมระดับประเทศ

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการจัดหายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษสำหรับผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยาฯ

โดยในส่วนของการต่อรองราคายาฯ ตามแผนความต้องการจัดหายาฯ ปี 2562 ภาพรวมของรายการยาส่วนใหญ่ได้ดำเนินตามกระบวนการแล้ว เหลือยาบางรายการที่อยู่ระหว่างการจัดหา ได้แก่ วัคซีนมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากสถานการณ์วัคซีนมะเร็งปากมดลูกขณะนี้ ทั้งโลกอยู่ในภาวะขาดแคลนทำให้ยังไม่สามารถจัดหาวัคซีนได้ วัคซีนพิษสุนัขบ้า อยู่ระหว่างการกำหนดข้อมูลวัคซีนเพื่อจัดซื้อ ยาทริปโทรีลิน (Triptorelin) อยู่ระหว่างรอบริษัทยาขึ้นทะเบียน และถุงยางอนามัยที่อยู่ระหว่างการรอแผนการกระจายยาและงบป้องกัน ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการขาดแคลนแน่นอน

ส่วนผลดำเนินการต่อรองราคาโดยคณะอนุกรรมการฯ นั้น รายการ ยา เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ฯ ที่ลดราคาลงมามาก อาทิ ยาทราสทูซูแมบ (Trastuzumab) เพื่อรักษาโรคมะเร็งเต้านม และยาริทูซิแมบ (Rituximab) รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และขดลวดค้ำยันหัวใจ (Stent) เนื่องจากมีบริษัทนำเสนอเข้ามาในระบบมากขึ้น ทำให้เกิดการแข่งขันราคา ซึ่งเป็นผลจากการรวมการจัดซื้อในระดับประเทศ ส่งผลต่อราคาที่ลดลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมียาต้านไวรัสที่ปัจจุบันมีบริษัทยาสามัญที่ผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น อาทิ ยาอะบาคาเวียร์ (Abacavir) ก็ทำให้ยากลุ่มนี้เกิดการแข่งขันราคาเช่นกัน ทำให้ผู้ป่วยบัตรทองเข้าถึงยารักษาโรคซับซ้อนได้มากขึ้น

นพ.สุขุม กล่าวว่า ส่วนมูลค่ายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ฯ ที่ประหยัดงบประมาณได้จากการต่อรองราคานั้น ภาพรวมมูลค่าที่ประหยัดได้ทั้งหมดอยู่ที่จำนวน 509 ล้านบาท ยากลุ่มยาบัญชียา จ.(2) โดยเฉพาะยามะเร็ง มีมูลค่าประหยัดมากที่สุด จำนวน 390.69 ล้านบาท รองลงมาขดลวดค้ำยันผนังหลอดเลือดหัวใจ จำนวน 86.7 ล้านบาท ยาต้านไวรัสเอดส์ จำนวน 25.64 ล้านบาท และวัคซีน จำนวน 7.82 ล้านบาท เป็นต้น

“มูลค่าประหยัดค่ายาเบื้องต้นกว่า 500 ล้านบาท จากการต่อรองราคายาปี 2562 ตามที่อนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษดำเนินการขณะนี้ สะท้อนให้เห็นประโยชน์การจัดซื้อยารวมระดับประเทศ ซึ่งเชื่อว่าในปีนี้มูลค่าประหยัดยาน่าจะเทียบเท่ากับปีก่อนหน้านี้” ประธานคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยาฯ กล่าว

heroimage