ศูนย์ข่าวสปสช.

หน้าแรก สัมภาษณ์ นวัตกรรมถุงทวารเทียมผลงานแพทย์ มอ.สงขลา ลดนำเข้า สปสช.หนุนผู้ป่วย-รพ.ได้ใช้อุปกรณ์คุณภาพดีฝีมือคนไทย

นวัตกรรมถุงทวารเทียมผลงานแพทย์ มอ.สงขลา ลดนำเข้า สปสช.หนุนผู้ป่วย-รพ.ได้ใช้อุปกรณ์คุณภาพดีฝีมือคนไทย

สัมภาษณ์ | 4 ตุลาคม 2561

สปสช.หนุนนวัตกรรมทีมแพทย์ มอ.สงขลา ผนึกกำลังภาคเอกชนคิดค้น “ชุดอุปกรณ์ถุงทวารเทียมจากยางพารา” ลดนำเข้าจากต่างประเทศ ราคาถูกกว่า ได้รางวัลผลงานประดิษฐ์ระดับดีมากจากสภาวิจัยแห่งชาติ นำร่องแจกชุดอุปกรณ์ถุงทวารเทียมให้ 5 รพ.ใน 5 จังหวัดภาคใต้ ก่อนผลิตเพื่อจำหน่ายในท้องตลาดภายในปีนี้ เพื่อผู้ป่วยและ รพ.ได้ใช้อุปกรณ์คุณภาพดี ราคาถูก

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 ณ โรงพยาบาลตรัง มีการแถลงข่าว “ชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม ผลิตเองใช้เอง เพิ่มคุณค่าจากยางพาราสำหรับการดูแลผู้ป่วยที่มีทวารเทียม”

ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม ผลิตจากยางพาราสกัดโปรตีน กล่าวว่า คนไทยป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จำนวนมาก ซึ่งผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดรักษาแล้ว ต้องใส่อุปกรณ์ถุงทวารเทียม หรือชุดรองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม (Colostomy Bag) ตลอดเวลา เนื่องจากไม่อาจกลั้นการขับถ่ายได้ ทำให้ปริมาณของวัสดุที่ต้องใช้มีจำนวนมากในแต่ละปี ที่ผ่านมาประเทศไทยได้นำเข้าผลิตภัณฑ์นี้จากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาแพง สถานพยาบาลหลายแห่งจึงไม่มีงบประมาณเพียงพอในการจัดซื้อ บางรายมีการดัดแปลงอุปกรณ์ด้อยคุณภาพเพื่อใช้ทดแทน ทำให้พบปัญหาระหว่างการใช้งาน และมีภาวะแทรกซ้อน

ผศ.นพ.วรวิทย์ กล่าวต่อว่า ทีมวิจัยจึงได้พัฒนานวัตกรรมนี้ โดยใช้ยางพาราธรรมชาติเป็นส่วนประกอบสำคัญ นวัตกรรมนี้ได้มีการทดสอบใช้ในกลุ่มผู้ป่วยโดยเปรียบเทียบกับยี่ห้อในท้องตลาด พบว่าไม่มีความแตกต่าง ผู้ป่วยมีความพึงพอใจ คุณลักษณะของนวัตกรรมนี้คือ ไม่ระคายเคืองผิวหนัง มีความเหนียวติดผิวหนัง ปรับรูปร่างได้ตามหน้าท้อง และดูดซับน้ำได้ดี ผ่านการรับรองจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย จดสิทธิบัตรแล้ว ได้รับมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ คาดว่าจะจำหน่ายในท้องตลาดประมาณปลายปีนี้ ซึ่งราคาจะถูกกว่าท้องตลาดที่เป็นผลิตภัณฑ์นำเข้า และได้รับรางวัลจากหลายแห่ง รวมถึงรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นระดับดีมาก ประจำปี 2560 จากสภาวิจัยแห่งชาติ

ที่ผ่านมา ได้มีการจัดทำเป็นโครงการแจกชุดอุปกรณ์ 5 จังหวัดภาคใต้ รพ.ละ 600 ชุด ใน รพ. 5 แห่ง คือ รพ.หาดใหญ่, รพ.สุราษฎร์ธานี, รพ.ภูเก็ต, รพ.ตรัง และ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช

ด้านนายเจ๊ะอับดุลล่าห์ แดหวัน ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 12 สงขลา กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ ชุดรองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม (Colostomy Bag) ได้บรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในปีงบประมาณ 2562 เริ่ม 1 ตุลาคม 2561 นี้แล้ว ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมถุงทวารเทียมครั้งนี้ นับเป็นนวตกรรมที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ป่วยและหน่วยบริการที่จะสามารถเป็นทางเลือกในการจัดหาถุงทวารเทียมที่มั่นใจได้ว่ามีคุณภาพได้จากภายในประเทศ ซึ่งหลังจากที่นวัตกรรมนี้ถูกพัฒนาจนออกสู่ท้องตลาดแล้ว การที่มีราคาที่ถูกกว่าการจัดซื้อจัดหาของจากต่างประเทศ ในมาตรฐานคุณภาพที่ไม่ต่างกัน ช่วยประหยัดงบประมาณของประเทศได้

จำนวนผู้ป่วยทวารใหม่สิทธิบัตรทอง 30 บาทหรือหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีประมาณ 54,000 ราย โดยผู้ป่วยทวารใหม่รับอุปกรณ์ทวารเทียม เฉลี่ย 5-6 ชุดต่อเดือน เท่ากับว่าผู้ป่วยทวารใหม่ต้องใช้อุปกรณ์ เฉลี่ยจำนวน 272,465 ชุดต่อปี ซึ่งค่าอุปกรณ์นั้น สปสช.คิดตามอัตรากรมบัญชีกลาง ราคาชุดละ 500 บาท (ไม่รวมถุง ที่ต้องใช้เปลี่ยน ราคาถุงละ 50 บาท) ประมาณการค่าชุดอุปกรณ์ให้กับผู้ป่วยทวารเทียม 136,232,500 บาทต่อปี

ทั้งนี้ ชุดอุปกรณ์ถุงทวารเทียมจากยางพารานี้ เป็นนวัตกรรมโดยทีมแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับความร่วมมือจากภาคประชาสังคม เครือข่ายผู้ป่วยและพยาบาล ตลอดจนภาคเอกชน ดังนี้ 1.บ.พีทีที โกลบอล เคมีคอล จำกัด (มหาชน) คิดค้นและผลิตเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษนำไปผลิตเป็นถุง และอุปกรณ์สวมยืด 2.บ.ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) ผลิตถุงด้วยกระบวนการเป่าฟิล์มแบบหลายชั้นพร้อมซีลและตัดเป็นรูปร่าง 3.บ.เอสเค โพลิเมอร์ จำกัด ผลิตแผ่นยางพาราสูตรพิเศษเพื่อเป็นตัวกลางยึดแป้นให้ติดกับหน้าท้องผู้ป่วย 4.บ.นีโอ พลาสโตเมอร์ จำกัด ผลิตอุปกรณ์สวมยึดจากพลาสติก และแป้นจากซิลิโคนเพื่อใช้ในการจับยึด 4.บ.โนวาเมดิค จำกัด รวบรวมส่วนประกอบทั้งหมด ทำการประกอบ พร้อมบรรจุและจัดจำหน่าย 5.บ.โนวาเทค เฮลธ์แคร์ จำกัด จัดจำหน่าย

heroimage